Wednesday, October 7, 2009

Seni Atas Jubah Kuning

ภิกษุสันดารกา....ศิลปะบนผ้าจีวร



Biksu sandarn ka


Biksu sandarn ma

Dua lukisan ini dihasilkan oleh Anupong Chantorn dan pernah menghangatkan bicara agama di Thailand. Lukisan ini telah memenangi hadiah seni lukis.
Lukisan 1 - Biksu Sandarn Ka (burung gagak)
Lukisan 2 - Ma-Nut: Biksu Sandarn Ma (anjing)
Kedua-dua lukisan ini merupakan refleksi kehidupan sami Buddha (sami alajji). Hebat ... hebat... hebat sungguh seniman yang bernama Anupong Chantorn ini.
(Siapa yang tak tahu baca Thai, tolong minta Phra Maha terjemahkan).
ด้านนายถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ปี 2544 หนึ่งในกรรมการตัดสินฯ ก็กล่าวถึงกรณีองค์กรพระพุทธศาสนาฯ ขู่จะฟ้องศาลอาญาว่า ตนเป็นคณะกรรมการตัดสินภาพของนายอนุพงษ์มานานกว่า 8 ปีแล้ว ผลงานภาพของนายอนุพงษ์ได้สื่อถึงปรัชญาของพระพุทธศาสนา เป็นกระจกสะท้อนความเป็นไปของเศรษฐกิจ สังคม และพระพุทธศาสนาของสังคมไทยอย่างตรงไปตรงมา
สำหรับรูป ภิกษุสันดานกา เป็นการแสดงออกทางความคิด ให้เห็นบาดแผลของกระพี้ในพระพุทธศาสนาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ว่ามีสันดานเป็นอย่างไร รวมทั้งการตัดสินก็มีคณะกรรมการที่เป็นศิลปินแห่งชาติ และผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 18 คน โดยล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ และจบปริญญาจากเมืองนอกทั้งสิ้น ทั้งนี้ หากทางองค์กรทางพระพุทธศาสนาจะฟ้อง ตนยินดีรับคำฟ้อง และจะไปขึ้นศาล นอกจากนี้เห็นว่า การที่พระมหาโชว์ ทสฺสนีโย รอง ผอ.สำนักส่งเสริมพุทธศาสนาและบริหารสังคม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) พูดในวันที่ไปยื่นหนังสือต่อกระทรวงศึกษาธิการ โดยระบุว่า
ภาพหมา-นุษย์ เป็นภาพ ภิกษุสันดานหมา นั้น ตนเห็นว่าไม่ใช่การปฏิบัติตามกิจของสงฆ์และเป็นคำพูดที่ต่ำช้ากว่าความเป็นพระ เพราะพระต้องอยู่ในสมณะ มีหิริโอตตัปปะ และไม่มีทิฐิ ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติของสงฆ์
“ผมคิดว่าพระกลุ่มนี้โดนจี้จุดจึงร้อนตัวเกินไป หรือเป็นพวกอยากดัง จึงต้องทำตัวเป็นข่าว อยากถามว่าทำไมไม่ไปเรียกร้องหรือแก้ปัญหาพระที่ออกมาแก้ผ้า มั่วสีกา หรือใช้มีดกรีดร่างกาย หลอกลวงประชาชน ทั้งนี้หากจะฟ้องก็ยินดีให้ฟ้องได้ทุกศาล หรือว่าจะไปฟ้องจตุคาม ศาลเจ้าแม่กวนอิม พระอินทร์ พระอิศวร ก็เชิญ ผมไม่สนใจ แต่เห็นว่าพระกลุ่มนี้ไม่เหมาะสมในสมณะ และเป็นพระหน้าเดิมที่ออกมาเดินขบวนเรียกร้องการบรรจุพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ”

6 comments:

Anonymous said...

Kita mesti open minded dalam hal begini.

Anonymous said...

Boleh tanya sikit. Adakah Tuan Blogger pernah tinggal di Wat Chaumun, Bangkok? Kalau tak silap saya rasa kita pernah jumpa di Wat Ben masa melawat Somdej. Tuan Blogger datang dengan Maha Deng. Betuk ke orangnya?

pena reformasi said...

Maha Deng meninggal aku pun tak tahu. Sedih juga.

suk said...

Bagus gambar ini syabas! Rasanya yang pernah masuk sami akan tersenyum seorang bila melihat.Tapi kalau yang tidak pernah masuk sami,atau masuk sekejap,akan ketawa kah kah kah! Dalam hati akan kata "buat malu aje,tidak guna".

suk said...

Cuma kita fikir masalah agama yang semakin kurang penganut di malaysia.Cuba fikir.Kita biasanya penganut taosme yang ramai,bila pakai amulet buddha akan cepat-cepat kata penganut agama buddha.Mereka ini ramailah di malaysia,bahkan di thailand yang anisme(sembahyang hantu dan pokok).Jadi,yang ini pun ramai juga.macammana?

Anonymous said...

Kita perlu tubuhkan Persatuan Belia Theravada (untuk penganut wismawan/ awam) untuk mengembalikan kemurnian ajaran buddha. persatuan ini tidak perlu diketuai oleh phra/ sami. Harap ajaran buddha yang murni dapat disebarkan kepada masyarakat umum.