Tuesday, January 12, 2010

Setiusaha Ketua Sami Bawa Gelfren Makan Angin


Sami Bawa Perempuan Makan Angin Dengan Kereta.
Ini bukan Phra di P.j. tapi Phra di Kalasin.
พระควงสาวซิ่งเก๋ง-ชนร้านไก่ย่างยับ

ท่องราตรี เรื่องแดง คนฮือไล่

Phra Maha, Setiausaha kepada Ketua Sami Negeri Kalasin, Thailand pandu kereta Chevrolet bawa perempuan makan angin waktu malam. Nasib malang kereta terlanggar gerai ayam bakar di tepi jalan lalu rahsia pecah terbarai. Tambahan lagi Phra Maha pandu kereta dalam pengaruh alkohol.

Timbalan Ketua Sami Negeri Kalasin dan penduduk kampung berdemontrasi minta Phra Maha dikeluarkan dari sami kerana dia membikin kerosakan terhadap agama Buddha. Malangnya perkara tersebut masih senyap.

Timbalan Ketua Sami Negeri Kalasin, Phra Raj Silasophit (Luang Phor Nu Inn) bersama penduduk terpaksa pergi minta bantuan akhbar agar mendesak pihak berkuasa sami mengambil tindakan ke atas Phra Maha Virachai Vachiro kerana berpakaian orang biasa pandu kereta bawa perempuan waktu malam; perbuatan ini menyalahi peraturan Sangha tetapi tiada tindakan diambil.

Aduhai Phra Maha! Bergaya sungguh. Pandu kereta dalam pengaruh alkohol bawa gelfren makan angin waktu malam buta. Makan angin ke makan apa ni?

Tapi, apa boleh buat, Phra Maha tu Setiausaha kepada Ketua Sami Negeri Kalasin. Ketua Sami Negeri tu, Than Chau Khun, besar pangkatnya. Siapa berani ambil tindakan ke atas Phra Maha gatal tu selain Ketua Sami Negeri. Semua rahsia Ketua Sami Negeri diketahui Phra Maha seperti kata pepatah ayam nampak kaki ular, ular nampak titik ayam.

Bukan setakat di Kalasin, di negeri lain, termasuk di Malaysia, Phra Maha atau Phra bukan Maha, kalau jadi Setiausaha Ketua Sami, hidung tinggi. Hebat sangatkah jadi Setiusaha Ketua Sami ni? Boleh langgar vinaya sesuka hati ke? Sami-sami beginilah yang mengurangkan keyakinan masyarakat terhadap agama Buddha. Dan sami-sami beginilah yang wajib ditentang oleh masyarakat Buddhism sekiranya mereka sayangkan agama mereka.

(Untuk berita berkaitan, sila klik di sini)



ฉาวโฉ่วงการผ้าเหลืองพระมหาเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ ควบเก๋งซิ่งควงสาวออกหนีเที่ยวยามราตรี กรรมติดจรวดขับไปชนร้านขายไก่ย่างริมถนน ตำรวจเข้าตรวจเรื่องจึงแดง ด้านรองเจ้าคณะจังหวัดและชาวบ้านลุกฮือให้จับสึก ชี้เหตุทำ ความเสื่อมเสียให้กับพุทธศาสนา แต่ล่าสุดเรื่องยังเงียบ

เมื่อวันที่ 11 ม.ค. พระราชศีลโสภิต หรือหลวงพ่อหนูอินทร์ เกจิอาจารย์ชื่อดังภาคอีสาน เจ้าอาวาสวัดป่าพุทธมงคล ต.หลุบ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ในฐานะรองเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (มหานิกาย) พร้อมพุทธศาสนิกชน นำเอกสารบันทึกประจำวันของตำรวจร้องเรียนผู้สื่อข่าว เพื่อเรียกร้องให้พระผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการกับ พระมหาวีระชัย วชิโร มีตำแหน่งเป็นเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (มหานิกาย) วัดกลางพระอารามหลวง ชื่อจริงว่า นายวีระชัย ศรีหาพล อายุ 31 ปี ที่ถอดผ้าเหลืองแอบขับรถเก๋งหนีเที่ยวในเวลากลางคืนกับผู้หญิง และขับไปชนกับร้านไก่ย่าง ซึ่งการกระทำดังกล่าวผิดกฎระเบียบสงฆ์ แต่กลับไม่ถูกลงโทษตามกฎของสงฆ์

พระราชศีลโสภิต กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้รับการร้องเรียนจากพุทธศาสนิกชนหลายคนว่า มีพระมหารูปหนึ่ง ทราบภายหลังว่าเป็นพระมหาวีระชัย วชิโร มีตำแหน่งเป็นเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (มหานิกาย) วัดกลางพระอารามหลวง มีพฤติกรรมนอกลู่นอกทางไม่เหมาะสมกับการเป็นพระภิกษุสงฆ์ จึงร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบ ซึ่งปรากฏว่าเรื่องการประพฤติตนที่ไม่เหมาะสมของพระมหาวีระชัยมีความเป็นจริง

พระราชศีลโสภิต กล่าวต่อว่า หลังทราบข้อเท็จจริง จึงประสานยังตำรวจ สภ.ยางตลาด เพื่อสอบถามความจริงและขอเอกสารหลักฐานบันทึกประจำวันที่เกี่ยวข้องกับพนักงานสอบสวน จึงทราบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 21.55 น. วันที่ 29 ก.ค.52 พระมหาวีระชัย สวมชุดฆราวาส ขับรถเก๋งเชฟโรเลต สีบรอนซ์ ทะเบียน กค 194 กาฬสินธุ์ ประสบอุบัติเหตุชนกับร้านขายไก่ย่าง ริมถนนสายยางตลาด-โพนทอง ก.ม.ที่ 1 อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ แต่ไม่ได้รับบาดเจ็บ

หลังเกิดเหตุ พ.ต.ท.เทพบดินทร์ ทรงหอม พนักงานสอบสวนเข้าตรวจสอบ พบพระมหาวีระชัย แต่งกายอยู่ในชุดลำลอง เหมือนประชา ชนทั่วไป อยู่ในอาการเมาสุรา และภายในรถยังมีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งมาด้วย โดยช่วงเกิดเหตุตำ รวจไม่ทราบว่าพระมหาวีระชัยอยู่ระหว่างการบวชเป็นพระ เพราะใช้ชื่อจริงว่านายวีระพล ศรีหาพล ตำรวจจึงแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทหรือหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์ เปรียบเทียบปรับก่อนปล่อยตัวไป จากนั้นภายหลังจึงเดินทางมารับสารภาพว่าเป็นคนขับรถคันดังกล่าว

พระราชศีลโสภิต กล่าวอีกว่า หลังเกิดเหตุสอบถามไปยังพระมหาวีระชัย ก็แก้ตัวว่าไม่ได้เป็นผู้กระทำ ส่วนเอกสารต่างๆ มีผู้ทำขึ้น เพื่อกลั่นแกล้ง และพยายามพูดปรึกษากับพระผู้ใหญ่ในจังหวัดกาฬสินธุ์และส่วนกลาง เพื่อดำเนินการกับพระมหาวีระชัย เพราะเรื่องดังกล่าวเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ทำให้เสื่อมเสียพระพุทธศาสนา จนกระทั่งปัจจุบันก็ยังไม่ได้รับการดำเนินการใดๆ จากผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงพระผู้ใหญ่ที่เป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงของพระมหาวีระชัย

นายประมูล มหิพันธุ์ อายุ 53 ปี พุทธศาสนิกชน กล่าวว่า ส่งเรื่องดังกล่าวไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กรุงเทพฯ แล้ว ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวไปสอบถามข้อเท็จจริง คาดว่าน่าจะสรุปเรื่องได้อีกไม่นาน ทั้งนี้ สาเหตุที่นำเรื่องไปร้องเรียน เพราะเห็นว่าการกระทำของพระมหาวีระชัยไม่เหมาะสม ที่ถอดผ้าเหลืองแล้วขับรถไปเที่ยว โดยมีผู้หญิงไปด้วย อีกทั้งยังมีอาการเมาสุรา เมื่อถอดผ้าเหลืองไปแล้วต้องหมดจากการเป็นพระตั้งแต่วันนั้นแล้ว แต่ปัจจุบันกลับนิ่งเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

(Khaosod)

5 comments:

Anonymous said...

Samun! samun! samun! Tahun lepas tukang masuk kena samun.Tahun ini tahun baru tukang sapu pula kena samun.Inilah yang berlaku di wat 8liam.kl.

rakyat kelate

kaki ekor said...

Puttho. Tukang masak kena samun, tukang sapu kena samun. Dulu ada orang mati dalam tandas. Mangsa samun gak ke?

Takpa 8 Liam ada ramai orang bisa. samun kacang butir!

Anonymous said...

Tidak ramai bertahan lawan kelisa dalam diri yang kocak-kocak itu ,betulkan?
sinaran baru

Anonymous said...

Saudara tuan pena,

saya cadangkan saudara bicangkan tajuk-tajuk yang menjadi kemusykilan masyarakat, terutama generasi baru. Dan saya harap para pembaca dapat kemukakan pandangan mereka.

Tajuk-tajuk seperti:
1. umat buddhis membeli dan bermain saham.

2. pengunaan perkataan-perkataan yang dilarang oleh agama lain seperti ibadat, iman dsbgnya.

3. umat buddhis mengundi parti yang berasakan agama lain dalam pilihanraya.

4. menderma kepada pertubuhan yang menyalurkan bantuan untuk kepentingan agama tertentu (bukan buddhisme).

5. etika umat buddhis Theravada terhadap sami-sami Mahayana.

6. umat buddhis dan materialistik. sejauh mana umat buddhis boleh mengejar kebahagiaan mereka berasaskan kebendaan.

saya harap tuan pena dapat kemukakan tajuk-tajuk di atas secara berasingan. semoga para pembaca dapat dapat memberikan pandangan sebagai pedoman agar kita dapat memperkaya ilmu kita dan menjalani hidup yang lebih bermakna.

terima kasih.

SK TIN

Ai teng said...

Ari aku jumpa Than Phat kat Dannok. Jadi sami asyik pi dannok buatpa. Keluaq la sami, tak merosakkan agama.