Wednesday, March 10, 2010

Ketua Sami Beli Seks Kanak-Kanak

Phetburi, Thailand - Polis tangkap Ketua Sami (50th) kerana beli seks kanak-kanak 13 tahun. Turut ditangkap ialah "ibu ayam" berusia 20-an yang menghantar kanak-kanak itu kepada Ketua Sami. Rahsia ini terbongkar setelah rakan-rakan sekolah kanak-kanak malang itu mula membawa cerita sehingga masuk ke pendengaran guru sekolah. Guru melakukan siasatan, kemudian melapor kepada keluarga kanak-kanak sebelum membuat laporan polis.

Namun, Ketua Sami gila seks itu tak mengaku salah dan berkeras tak mahu la-sikkha (keluar sami). Ketua Sami ini pernah menjadi guru mengajar ilmu Dhamma di sekolah mangsa.

Menurut mangsa, dia diperdaya oleh seorang wanita untuk pergi berjumpa Ketua Sami. Dia mendakwa dirogol sebanyak 2 kali. Kali pertama penghujung tahun lepas dan kali kedua awal tahun ini.

Manakala "ibu ayam" yang memperdaya mangsa mengaku menghantar kanak-kanak 13 tahun itu kepada Ketua Sami sebanyak 2 kali tetapi tak tahu apa yang berlaku selepas itu. Dia juga mengaku mendapat upah sejumlah duit.

(Ketua Sami ini bukan sebarangan orang. Pakar Dhamma kerana pernah menjadi guru ilmu Dhamma di sekolah. Tapi nafsu serakah tak kenal orang, sama ada orang biasa, guru, sami atau pakar Dhamma, apabila diserang nafsu pasti akan hanyut dan hilang pertimbangan rasional. Ini bukan kali pertama kes seumpama ini berlaku di Thailand.

Ibu bapa yang ada anak gadis patut berwaspada. Bukan tak percaya kepada sami, tapi nafsu setan tak kenal mangsa. Sesal dahulu pendapatan, sesal kemudian tak berguna. Jubah sama kuning tapi hati lain-lain.)


วันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 19 ฉบับที่ 7041 ข่าวสดรายวัน



จับเจ้าอาวาส ซื้อกามดญ.13




รวบ เจ้าอาวาสซื้อกามเด็กหญิง จนมุมพร้อมแม่เล้าสาววัย20 เผยจัดหาด.ญ.วัย 13 ส่งบริการถึงวัด เรื่องแดงเพราะเพื่อนในโรงเรียนซุบซิบนินทา ครูรู้เรื่องจึงสืบหาความจริงและแจ้งผู้ปกครอง เหยื่อเด็กสาวถูกพระอนาจารมาแล้ว 2 ครั้ง ขณะที่สมภารนอกรีตให้การปฏิเสธและไม่ยอมสึก ตร.ฝากขังศาลจังหวัดเพชรบุรี ข้อหากระทำชำเราและพรากผู้เยาว์ พร้อมคัดค้านการให้ประกันตัว

เมื่อ เวลา 13.30 น. วันที่ 9 มี.ค. พ.ต.ท. พินัย ชูแก้ว พงส.สบ 3 สภ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่ง ควบคุมตัวพระมานพ เจ้าอาวาสวัดสระสี่มุม อายุ 50 ปี ต.หนองหญ้าปล้อง อ.หนองหญ้า ปล้อง จ.เพชรบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเพชรบุรี ข้อหากระทำชำเราและพรากผู้เยาว์ พร้อมกับนางไผ่ เสาหงส์ อายุ 20 ปี ชาว ต.หนองหญ้าปล้อง อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชร บุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเพชรบุรีข้อหา เป็นธุระจัดหาการค้าประเวณีและพรากผู้เยาว์ นำฝากขังศาลจังหวัดเพชรบุรี โดยพระมานพยังยืนกรานที่จะไม่สึกจากความเป็นพระและปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว

ทั้ง นี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 3 มี.ค. นางเวนิกา อายุ 34 ปี ชาวอ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี พร้อมด.ญ.บี (นามสมมติ) อายุ 13 ปี บุตรสาว นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนมีชื่อแห่งหนึ่งในจ.เพชรบุรี เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.พินัย ชูแก้ว พงส.สบ 3 สภ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี ว่ามีผู้หญิงพูดจาชักนำ ด.ญ.บี บุตรสาว ไปหาพระมานพ เจ้าอาวาสวัดสระสี่มุม และถูกพระมานพข่มขืน 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อปลายปีที่แล้ว ครั้งต่อมาเมื่อประมาณต้นปีที่ผ่านมา ตามคำให้การของ ด.ญ.บี

โดย เรื่องดังกล่าวเปิดเผยขึ้นเนื่องจากแม่ของเด็กรับการประสานจากครูในโรงเรียน ที่บุตรสาวเรียนอยู่ เนื่องจาก ด.ญ.บี ถูกซุบซิบนินทาจากเพื่อนในโรงเรียนสร้างความอับอายเป็นอย่างมาก จนกระทั่งครูฝ่ายปกครองสืบหาความจริง เบื้องต้น ด.ญ.บี ให้การปฏิเสธ แต่ต่อมารับสารภาพว่าถูกพระมานพกระทำอนาจาร 2 ครั้ง และหลังจากครูตรวจสอบยังพบว่าเรื่องมีมูลความจริง โดยพระมานพ เคยเข้าไปเป็นอาจารย์สอนวิชาธรรมะ ที่โรงเรียนเดิมที่ ด.ญ.บี เรียนอยู่ด้วย จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงส่งตัว ด.ญ.บี ตรวจร่างกายหาร่องรอยการถูกข่มขืน

ต่อมาวันที่ 8 มี.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี เชิญตัวพระมานพ เจ้าอาวาสวัดสระสี่มุม ต.หนองหญ้าปล้อง อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเพชรบุรี ข้อหากระทำชำเรา และพรากผู้เยาว์ พร้อมกับนางไผ่ เสาหงส์ อายุ 20 ปี ชาว อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเพชรบุรี ข้อหาเป็นธุระจัดหาการค้าประเวณีและพรากผู้เยาว์ มารับทราบข้อกล่าวหา

เบื้อง ต้นพระมานพ ยังให้การปฏิเสธและไม่ยอมสึกจากความเป็นพระ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไว้อย่างใกล้ชิดและไม่ได้นำเข้าห้องขัง โดยมีญาติโยมของพระมานพมาเฝ้าที่โรงพักจำนวนหนึ่ง ส่วนนางไผ่จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ นางไผ่ยอมรับว่าเป็นผู้พา ด.ญ.บี ไปหาพระมานพทั้ง 2 ครั้งจริง โดยได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินมาจำนวนหนึ่ง แต่ไม่รู้ว่าทั้งคู่มีอะไรกันหรือเปล่า

ด้าน พ.ต.ท.พินัย ชูแก้ว พงส.สบ 3 สภ. หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี กล่าวถึงความคืบหน้าคดีนี้ว่า ขณะนี้มีผู้มาติดต่อขอประกันตัวพระมานพ แต่ยังขาดความพร้อมเรื่องเงิน อย่างไรก็ตาม คดีนี้เป็นที่สนใจของชาวบ้าน ในส่วนของตำรวจจะคัดค้านการให้ประกันตัว ทางผู้ประกันต้องไปยื่นขอประกันกับทางศาลเอง


2 comments:

bun mi said...

Yang beli pat yod perkara biasa. Di Kelate ada berita sebar luas Phor Than ... sibuk pancing pat yod Chau Khun.

Kheng said...

Di Kedah lagi sakan.. anak murid Than Chau Khun sendiri beli Pat yot walaupun tak pernah bina satu haram pun bangunan. Identiti pulak ditipu, cop Than Chau Khun dan tandatangannya dibuat sendiri. Dia juga atuq kroninya semua ada Pat Yod. Bila dia jadi Than Chau Khun kelak, dia dah ada barisan Sami perosak agama. Tunggulah, agama Buddha akan dijadikan satu sektor perniagaan bukan lagi keagamaan.