Saturday, July 31, 2010

Bhumibol Adulyadej: Penaung Theravada Siam

Seorang kawan pernah bertanya, kenapa rumah orang Siam simpan gambar Raja Thailand? Adakah orang Siam lebih sayang kepada Raja Thailand daripada Sultan dan Yang Dipertuan Agong?

Saya kata, bukankah Raja Thailand itu juga disebut sebagai Raja Siam? Kami orang Siam, tentulah sayang kepada raja kami. Dia senyum sinis. Saya akan terangkan.

Lazimnya apabila kita pergi ke rumah orang Siam di Kelantan mahupun di Kedah, kita akan melihat kalendar Thailand tergantung di dinding. Kalendar Thailand memudahkan orang Siam mengetahui hari penting berkaitan agama Buddha dan budaya Siam. Hari Wesak, Magha Puja, Asalaha Puja, Masuk Phansa, Keluar Phansa, Kathina, Loy Krathong, Songkran dan sebagainya ada tercatat di dalam kalendar. Kalendar yang dihiasi gambar Raja Thailand, Raja Bhumibol Adulyadej sering menjadi pilihan utama. Dari situlah timbulnya persoalan, kenapa rumah orang Siam ada simpan gambar Raja Thailand.

Kenapakah rakyat Malaysia (orang Siam) menyukai Raja Thailand? Jikalau rakyat Thailand menyukai Raja Bhumibol, kita boleh faham kerana itu Raja mereka, tentulah mereka sayang. Lagipun Bhumibol bukan sebarangan Raja. Baginda bukan jenis Raja yang hari-hari berpeluk tubuh menanti elaun setiap bulan. Kalau ada pun cuma aktiviti pribadi yang dijalankan. Sedangkan Bhumibol banyak menjalankan aktiviti rakyat. Jasa Baginda kepada tanah air dan kehidupan rakyat tidak terhitungkan. Boleh dikatakan Raja Bhumibol telah berjaya membawa rakyat Baginda keluar daripada kemiskinan.

Limpah kurnia Baginda kepada rakyat yang tidak terhitung inilah menyebabkan Baginda turut dihormati oleh masyarakat antarabangsa.

Orang Siam di Malaysia menyukai Raja Bhumibol kerana ikatan agama dan budaya bangsa. Raja Bhumibol merupakan Penaung Agama Buddha Theravada Thailand. Manakala agama Buddha anutan orang Siam di Malaysia merupakan cabang daripada Agama Buddha Theravada Thailand. Sangharaja (Ketua Tertinggi Bhikkhu Thailand) juga merupakan Sangharaja kepada agama Buddha Theravada (Siam) Malaysia. Jawatan-jawatan penting dalam organisasi agama Buddha Theravada (Siam) Malaysia dilantik dari Thailand dan mendapat pengesahan daripada Raja Bhumibol selaku Penaung.

Selain itu, bantuan-bantuan keagamaan, kebudayan dan kesenian juga banyak datang daripada Thailand. Sehingga hari ini, kertas peperiksaan Agama Buddha dan Bahasa Thai di kalangan orang Siam masih didatangkan dari Thailand. Hubungan masyarakat Siam dengan Thailand dalam bidang agama, budaya, seni dan bahasa begitu akrab bagai kulit dengan kuku.

Baru-baru ini Kerajaan Thailand melalui Pejabat Kedutaannya di Kuala Lumpur membawa sejumlah orang Siam melawat Thailand.

Oleh hal demikianlah, Raja Bhumibol sentiasa berada di hati orang Siam. Namun, ini tidak bermakna bahawa orang Siam membelakangkan Sultan atau Yang Dipertuan Agong. Tidak sama sekali. Taat setia orang Siam kepada negara tanah tumpah darah tidak akan berbelah bahagi.

Seperti yang saya katakan tadi bahawa Raja Thailand turut disayangi rakyat antarabangsa. Alan Bate, rakyat British sanggup mengayuh basikal mengelilingi dunia bagi menyampaikan mesej kepada dunia "Saya Mencintai Raja Thailand" adalah contoh bagaimana Raja Bhumibol turut dikagumi rakyat asing.


ฝรั่งหัวใจไทยปั่นจักรยานรอบโลก "ประกาศรักในหลวง"
Pic_100329

ผู้ว่าฯเชียงราย ต้อนรับ อดีตนักปั่นจักรยานทีมชาติอังกฤษที่มาพักอาศัยที่เชียงราย หลังประสบความสำเร็จในโครงการ "29,500 ก.ม. ประกาศให้โลกรู้ว่าผมรักในหลวง"...

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 31 กรกฎาคม 2553 ที่บริเวณหน้าท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย อ.เมือง จ.เชียงราย นายสุเมธ แสงนิ่มนวล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย,นายบำเพ็ญ บินไทยสงค์ นายอำเภอเชียงของ,นายพรหมโชติ ไตรเวช ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย,นายยุทธนา จิตรอบอารีย์ ผ.อ.ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย และ ชมรมนักปั่นจักรยาน ADD BIKE ชมรมปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพตำบลบ้านดู่ และประชาชนชาวเชียงราย ให้การต้อนรับนายอลัน เบท อดีตนักปั่นจักรยานทีมชาติอังกฤษอย่างอบอุ่น หลังจากประสบความสำเร็จจากการปั่นจักรยานรอบโลก ในโครงการ “ 29,500 ก.ม. ประกาศให้โลกรู้ว่าผมรักในหลวง” ซึ่งออกเดินทางจากประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2553 และเดินทางกลับถึงประเทศไทย

จากนั้นนายสุเมธ แส่งนิ่มนวล ผวจ.เชียงราย ได้ทำพิธีปล่อยตัวคณะปั่นจักรยานของนายอลัน เบท จากหน้าท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย เพื่อไปสักการะอนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช แล้วจะปั่นจักรยานไปที่ อ.เชียงของ พักค้างแรม 1 คืน ซึ่งนายอลัน เบท ได้มาปักหลักพักอาศัยมานานกว่า 5 ปี วันที่ 1 ส.ค.คณะจะปั่นจักรยานไป จ.แพร่ จ.นครสวรรค์ และเข้าสู่กรุงเทพมหานคร ณ ลานพระบรมรูปทรงม้า ซึ่งเป็นจุดปล่อยตัว จากนั้นคณะของนายอลัน เบท จะเดินทางไป โรงพยาบาลศิริราช กทม. เพื่อถวายพระพร แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้พระองค์หายจากพระอาการประชวร ด้วย

นายอลัน เบท เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลากว่า 5 ปีที่ ย้ายมาอาศัยอยู่ในประเทศไทย ที่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย ได้เห็นได้ซึมซับ และได้มีโอกาสเรียนรู้พระจริยวัตรอันงดงามของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เห็นพระปรีชาในศาสตร์หลายๆ ด้าน และ พระราชกรณียกิจที่เป็นไปเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของคนไทยอย่างแท้จริง พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างที่ดีและเป็นแรงบันดาลใจให้ตนเองฝ่าฟันความยากลำบาก มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ครั้งนี้ ตนได้ปั่นจักรยานรอบโลก เพื่อประกาศให้โลกได้รับรู้ถึงความรักที่คนไทยมีต่อพระองค์และตนมุ่งมั่นที่ จะสร้างสถิติโลกใหม่ ซึ่งจะพยายามทำให้สำเร็จให้ได้ เพราะทุกครั้งที่มีการกล่าวถึงสถิติที่ตนจะสร้างใหม่นี้ ทั้งโลกจะได้รับรู้ถึงพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อชาวไทยแ ละ สังคมโลกตราบนานเท่านาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการ "29,500 ก.ม.ประกาศ ให้โลกรู้ว่าผมรักในหลวง" เป็นโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจาก สิงห์ คอร์เปอเรชั่น ที่ร่วมประกาศความรักอันยิ่งใหญ่ที่คนไทยมีต่อในหลวงให้ชาวโลกได้รับรู้ ด้วยการสนับสนุนโครงการ "29,500 ก.ม. ประกาศให้โลกรู้ว่าผมรักในหลวง" โดย อลัน เบท ฝรั่งหัวใจไทย อดีตนักปั่นจักรยานทีมชาติอังกฤษ ที่ต้องการประกาศให้โลกได้รับรู้ถึงความรัก ความจงรักภักดีที่คนไทยมีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ตลอดเส้นทาง 29,500 กิโลเมตรรอบโลก ผ่าน 110 เมืองสำคัญ ใน 19 ประเทศทั่วโลก ซึ่งอลันต้องการจะทำลายสถิติโลกเดิมที่มีอยู่ระยะทาง 29,000 กิโลเมตร /165 วันและขณะนี้การเดินทาง ใช้เวลา แค่ 115 วัน ซึ่งเร็วกว่ากำหนดด้วย

สำหรับ นายอลัน เบท เคยปั่นจักรยานเทิดพระเกียรติ ระยะทางไกลสร้างสถิติเอเชียมาแล้ว 3 ครั้ง โดยทุกครั้งจะเริ่มในวันที่ 5 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษา ครั้งแรกในปี 2549 ปั่นจักรยานจาก เชียงใหม่ - กรุงเทพ ระยะทาง 700 กม. ใช้เวลา 26 ช.ม. 4 นาที ด้วยความเร็วเฉลี่ย 27 กม. / ชม. ครั้งที่ 2 ในปี 2550 ปั่นจักรยานจากภูเก็ต - กรุงเทพฯ ระยะทาง 930 กม. ใช้เวลา 29 ช.ม. 15 นาที ด้วยความเร็วเฉลี่ย 32 กม. / ชม. และครั้งที่ 3 ปี 2552 ปั่นจักรยานจากอ.เชียงของ - อ. เมือง จ. เชียงราย ระยะทาง 105 กม. ใช้เวลา 2 ช.ม. 42 นาที ด้วยความเร็วเฉลี่ย 43.5 กม. / ชม. และล่าสุดกับภารกิจสร้างสถิติโลกใหม่ (Thairath)

1 comment:

Anonymous said...

Bhumibol penaung & pemusnah theravada siam & memesongkan ajaran agama buddha