Thursday, June 23, 2011

พรหมสูงสุดที่เป็นผู้สร้างเป็นใคร?

1. พระพุทธเจ้าไม่เคยตรัสปฏิเสทเรื่อง พระพรหมเป็นผู้สร้างโลก แม้แต่ครั้งเดียว แต่พระ
พุทธองค์กลับชี้ให้เห็นว่า พระพรหมเป็นผู้สร้างโลก คือ พระธรรม และพระธรรมนี้ก็คือ พระพุทธเจ้า 


ดูพระสูตรนี้นะครับ


พระไตรปิฎกของเถรวาท เล่มที่ 15 ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค หน้า 150 เรื่อง อัคคัญญสูตร


 " ..... ก็ผู้ใดแลมี ศรัทธาในพระตถาคตตั้งมั่น เกิดแต่มูลราก ตั้งมั่นอย่าง มั่นคง อันสมณพราหมณ์
เทวดา มาร พรหม หรือใครๆ ในโลกให้เคลื่อน ย้ายไม่ได้ ควรจะเรียกผู้นั้นว่า เราเป็นบุตรเกิดแต่พระอุระ (1.)เกิดจากพระโอษฐ์ ของพระผู้มีพระภาค เกิดจาก พระธรรม พระธรรมเนรมิตขึ้น เป็น ทายาทของพระธรรม ดังนี้ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะคำว่า(2.) "ธรรมกาย" ก็ดี "พรหมกาย" ก็ดี "ธรรมภูต" ก็ดี "พรหมภูต" ก็ดีเป็นชื่อของพระตถาคต


อักษรตัวเอียงชี้ว่า


 (1.) พระพุทธเจ้า = พระธรรม และเป็นผู้เนรมิตสิ่งที่ปวงให้เกิดขึ้น 


(2.) พรหมสูงสุดเป็นพรหมกาย ไม่ใช่พรหมในชั้นโลกีย์


ด้วยเหตุนี้ พรหมสูงสุดที่ศาสนาพราหมณ์นับถือว่าเป็นผู้สร้างคือ พระศิวะ(พระนารายณ์/พระพรหม)
และพระศิวะก็คือพระพุทธเจ้าองค์ปฐม เรียกตามหลวงพ่อฤาษีลิงดำ หรือ ต้นธาตุ-ต้นธรรม เรียก
ตามหลวงพ่อสด มหายานเรียกว่า "อาทิพุทธ" และโคตมพุทธเจ้าก็เป็นอวตารภาคหนึ่งของพระ
พุทธเจ้าองค์ปฐม(พระธรรม หรือ อาทิพุทธ)





2. ตอนที่พกาพรหมเข้าใจผิดว่า ท่านเป็นพรหมที่เป็นอมตะ และเป็นผู้สร้าง และแดนพรหมของท่านเป็นแดนที่ไม่ตาย เป็นแดนที่มีความสุขมากที่สุด พระสมณโคดมก็ชี้ว่า มีพรหมชั้นอื่นที่สูงกว่าท่าน ถามท่านว่า พรหมที่เป็นอมตะและอยู่ในชั้นสูงสุดคือ พรหมในชั้นพระนิพพาน ใช่ไหมครับ? 


1.คุณ ming เขียนแย้งว่า:

"ตีความไปเอง มันจะทำให้จิตฟุ้งซ่าน ปรุงแต่งไป ละถ้าเข้าสู่ขั้นตอนการยึดมั่นในความเห็นนั้น
แล้วก็จะถอนตัวออกยากทีเดียว"


ตอบ พระพุทธเจ้าตรัสตรงๆ ชัดๆ และชัดที่สุด ไม่จำเป็นต้องตีความอะไรเป็นอื่นแม้แต่
น้อย สมมุติสงฆ์และฆราวาสที่ไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถึงขั้นเท่านั้น ที่ตีความไปเอง มันจะทำให้จิต
ฟุ้งซ่าน ปรุงแต่งไป แต่ไม่ใช่ผม

จิตฟ้งซ่าน ปรุงแต่งไป จึงไม่รู้ จิตหยุดฟุ้งซ่าน หยุดปรุงแต่งไป จึงรู้

2.หลวงพี่พระชาญวิทย์ ยกข้อความในพระไตรปิฎกมาแย้งว่า:

"พกพรหมมีทิฏฐิอันลามกเห็นปาน ฉะนี้ เกิดขึ้นว่า พรหมสถานนี้เที่ยง ยั่งยืน มั่นคง แข็งแรง มี
ความไม่เคลื่อนเป็นธรรมดา พรหมสถานนี้แล ไม่เกิดไม่แก่ ไม่ตาย ไม่จุติ ไม่อุบัติ ก็แหละเหตุเป็นที่
ออกไปจากทุกข์ อย่างยิ่งนอกจากพรหมสถานนี้ไม่มี"


ตอบ สถานที่ที่เที่ยง ยั่งยืน มั่นคง แข็งแรง มีความไม่เคลื่อนเป็นธรรมดา สถานนี้แล ไม่
เกิดไม่แก่ ไม่ตาย ไม่จุติ ไม่อุบัติ = แดนพระนิพพาน 



(Saya petik pendapat seorang individu daripada community.thaiware.com untuk tatapan pembaca KSB. Pendapat ini menyamakan Buddha dengan Maha Pencipta! Lazimnya tafsiran begini terdapat dalam Mahayana, tetapi pendapat ini mengemukan Tipitaka Theravada sebagai sumber.) 

No comments: