Friday, February 10, 2012

ประวัติการทำบุญวันเกิด


ประวัติการทำบุญวันเกิด

ประเพณีการทำบุญวันเกิดไม่ น่าจะเป็นประเพณีดั้งเดิมของไทย ด้วยไม่ปรากฏหลักฐานในทางตำนาน แม้ในหนังสือวรรณคดีเก่า ๆ ก็มิได้กล่าวถึง ซึ่งก็เป็นการสอดคล้องกับความเชื่อถือของคนโบร่ำโบราณ คนในสมัยเก่า ๆ ถือ
วันเดือนปีเกิดเป็นความลับอย่างยิ่ง จะเปิดเผยสุ่มสี่สุ่มห้ามิได้ เกรงว่าเมื่อคนอื่นรู้วันเดือนปีเกิดแล้วก็จะกระทำด้วยอิทธิฤทธิ์ของ เวทมนตร์คาถาอาคมมีอันให้เป็นไปต่าง ๆโดย เฉพาะบุคคลที่เป็นคนสำคัญหัวหน้าหมู่คณะหรือ
ผู้หญิงสาว ดูว่ามีความระมัดระวังกันมาก มิฉะนั้นก็ต้องพรางวันเกิด ตรงกันข้ามกับสังคมปัจจุบัน วันเกิดเป็นวันสำคัญที่ควรเปิดเผย ยิ่งผู้ที่มีบุญบารมี มีอำนาจวาสนา ก็ยิ่งมีผู้ต้องการทราบวันเกิดกันมาก สื่อมวลชน เช่น วิทยุ 
หนังสือพิมพ์ ก็ถือเป็นข่าวที่น่าสนใจประจำวัน

ความนิยมในการทำบุญวันเกิดนั้น เริ่มจากพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อครั้งรัชกาลที่ ๓ พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษามิได้กำหนดครบรอบปีทางจันทรคติหรือสุริยคติเป็น แต่พอถึงปีใหม่ ก็นับว่าพระชนมพรรษา
เจริญขึ้นปีใหม่ จึงมีการพระราชพิธีในวันขึ้นปีใหม่ ซึ่งมีในเดือนห้าหรือวันสงกรานต์

การทำบุญวันเกิดทุก ๆ ปีเมื่อบรรจบรอบทางสุริยคติ เช่น ที่ทำกันทุกวันนี้ เกิดขึ้นโดยพระราชดำริของรัชกาลที่ ๔ ตั้งแต่ครั้งยังทรงผนวช โดยเหตุที่ได้ทรงศึกษาค้นคว้าเชี่ยวชาญในวิชาโหราศาสตร์จนทรงคำนวณเทียบ 
เคียงวันทางจันทรคติกับสุริยคติได้ แต่ก่อนถือว่าการทำบุญวันเกิดต้องเป็นการภายใน จะทำกันเอิกเกริกได้ก็ต่อเมื่อมีอายุครบ ๖๐ ปี เรียกกันว่าทำบุญอายุ

ส่วน ประเพณีวันเกิดของสถาบันต่าง ๆ นั้น เล่ากันว่า เราได้มาจากธรรมเนียมของฝรั่ง และที่จัดทำกันเป็นพิธีครั้งแรก ก็คืองานของกระทรวงการต่างประเทศ สมัยกรมหมื่นเทวะวงศ์วโรปการทรงเป็นเสนาบดี จัดเป็นงานเลี้ยง
สังสรรค์ระหว่างทูตานุทูต ธรรมเนียมนี้ได้ถือเป็นแบบอย่างสืบ ๆ มา และวิวัฒนาการเปลี่ยนแปลง ไปตามความเหมาะสมของแต่ละสถาบันว่าควรจะจัดพิธี เช่นไร

สำหรับพิธีทำบุญวันเกิดใน ทางพระพุทธศาสนา (ไม่มีในพระไตรปิฏก) เท่าที่นิยมกระทำกันทั่ว ๆ ไปในปัจจุบัน ถ้าเป็นวันเกิดของบุคคล ก็สุดแต่ความสะดวกของแต่ละบุคคล ใส่บาตรพระสามรูปห้ารูปก็มีเท่าอายุก็มี หรือจัดถวายสังฆทาน บางท่าน ที่มีโอกาสก็อาราธนาพระเจริญพระพุทธมนต์ที่บ้าน ส่วนมากนิมนต์สวดมนต์แล้วฉันเพลเป็นงานวันเดียวเสร็จ บางรายก็มีศรัทธาไปบำเพ็ญกุศลที่วัด

เรื่อง วันเกิดนั้น จะจัดฉลองกันอย่างไรก็สุดแต่ความพอใจ แต่ข้อที่ควรระลึกเสมอก็คือ ต้องรู้ว่าอายุของเราเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งปี แล้วย้อนมองดูชีวิตที่ผ่านมาในรอบขวบปี ว่ามีอะไรดีหรือไม่ดีแล้วพยายาม ละเว้นความไม่ดี เสริม
สร้างความดีให้เพิ่มขึ้นเพราะค่าของชีวิตไม่ได้นับกันที่อายุ 

(http://www.numwan.com)

วิธีปฏิบัติ ในการทำบุญวันเกิดอาจเลือกปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างก็ได้ ดังนี้
๑. ตักบาตรพระสงฆ์เท่าอายุหรือเกินอายุหรือกี่รูปก็ได้ตามสะดวก
๒. บำเพ็ญกุศลอุทิศแก่บรรพบุรุษ ที่เรียกว่า ทักษิณานุประทานก่อนแล้วจึงบำเพ็ญกุศลเนื่องในวันเกิด
๓. ทำบุญ สวดมนต์ เลี้ยงพระ หรือมีพระธรรมเทศนาด้วย
๔. ถวายสังฆทาน
๕. ทำทานช่วยชีวิตสัตว์ เช่นปล่อยนก ปล่อยปลา ฯลฯ หรือส่งเงินไปบำรุงโรงพยาบาลหรือกิจกรรมด้านสังคมสงเคราะห์อื่นๆ
๖. รักษาศีลหรือบำเพ็ญภาวนา
๗. กราบขอรับพรจากพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย หรือผู้ที่ตนเคารพนับถือ
๘. บำเพ็ญคุณประโยชน์อื่นๆ โดยมุ่งที่การให้ มากกว่า เป็นการ
รับ .

********************************


ทำบุญวันเกิดสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ให้คำตอบว่า ในทางพระพุทธศาสนา การทำบุญมี 10 วิธี เรียกว่า บุญกิริยาวัตถุ 10 ได้แก่
  1. ให้ทาน
  2. รักษาศีล
  3. เจริญภาวนา
  4. การอ่อนน้อมถ่อมตน
  5. การช่วยขวนขวายทำในกิจที่ชอบ
  6. การให้ผู้อื่นมาร่วมทำบุญกับเรา
  7. การอนุโมทนาส่วนบุญ
  8. การฟังธรรม
  9. การแสดงธรรม
  10. การทำความเห็นให้ถูกต้อง เหมาะสม
นอกจากนี้หากต้องการให้ได้ผลบุญจากการทำบุญมากน้อยเพียงใด จะมีเกณฑ์ 3 ประการ คือ
  1. ผู้รับ ต้องเป็นผู้มีศีล มีคุณธรรมความดี และไม่จำเป็นต้องเป็นผู้พระสงฆ์ หรือนักบวช
  2. วัตถุสิ่งของที่ให้ต้องบริสุทธิ์ หรือได้มาโดยสุจริต
  3. ผู้ให้ ต้องมีศีลธรรมและมีเจตนาเป็นบุญกุศลในการทำ
เท่านี้ก็ทำให้การทำบุญทุกครั้งสร้างความเป็นสิริมงคลกับตัวเอง ให้วันเกิดเป็นวันที่สร้างความสุขให้ตัวเอง ด้วยการทำุบุญวันเกิด

No comments: